วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2554

อยากรู้ไหม? ว่าใน windows7 ยังมี Theme สวยๆ แอบซ่อนเราอยู่..!







.: Tip Windows7 :.

อยากรู้ไหม? ว่าใน windows7 ยังมี Theme สวยๆ แอบซ่อนเราอยู่..!






_________ ปลดล็อค Themes ที่ซ่อนอยู่ใน Windows7

             สำหรับคนที่ได้เริ่มใช้ Windows7 แล้วนั้นคงรู้ดีว่าความสวยงามและกราฟิกของระบบปฏิบัติการตัวนี้ขั้นเทพจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพ เสียง และแน่นอน Theme ของWindows7 ก็อลังการไม่แพ้กัน แต่ใครที่คิดจะหาดาวน์โหลด Themes มาใส่ในเครื่องนั้นก็ขอให้ล้มเลิกความคิดซะก่อนเพราะว่าใน Windows7นั้นยังมี Themes เก๋ๆซ่อนอยู่ ถึง 5 รูปแบบ แต่เราจะเรียกมันออกมาใช้ยังไงนั้นไปติดตามกันเลย

1. ไปที่ Folder Option เลือก Show Hidden files, folders,or drives



2. ไปที่ C:\Windows\Globalization\MCT** (เมื่อคลิกเข้าไปตามปกติจะมองไม่เห็นโฟรเดอร์ MCT นี้ ดังนั้น ท่านต้องพิมพ์ ลงไปในช่อง address ของ Explorer เอง) จะปรากฎโฟล์เดอร์ 5 โฟล์เดอร์ด้านในโฟล์เดอร์จะเป็นรูปแบบ Temes ซึ่งสามารถนำไปใช้โดยการดับเบิลคลิกที่ไฟล์ Themes แล้ว Windows จะจำค่าอัตโนมัติ แล้วเปลี่ยนรูปแบบ Themes ตามปกติ



                                     Floder ทั้ง 5 นั้นแหละคือ Theme windows7 ที่แอบซ่อนเราอยู่ แล้วเราก็ได้ Themes เจ๋งๆที่ถูกซุกซ่อนอยู่ภายใน Windows7 แล้วจร้า...

วันเสาร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2554

มนุษย์อนาคตผู้ย้อนเวลามาจาก คศ. 2036

หลาย สิบปีที่ผ่านมา มีข่าวลือมากมายถึงเรื่องมนุษย์จากอนาคต ปรากฏกายขึ้นในโลกปัจจุบันหรือช่วง เวลาที่เป็นอดีตกาลของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นจอห์น ไตเตอร์ นายทหารจากโลกอนาคตเดินทางย้อนเวลาตามหาเครื่องคอมพิวเตอร์ IBM รุ่นแรก แอนดรูว์ คาร์ลส์ซิน ผู้ใช้ความรู้ทางประวัติศาสตร์สร้างผลกำไรมหาศาลจากตลาดหุ้นและการลงทุน หรืออีลอย โคล เดินทางมายับยั้งการทดลองการสร้างหลุมดำจำลองที่นำไปสู่หายนะของโลกในอนาคต


เรื่องเล่าของคนเหล่านั้นเป็นที่กังขาของคนส่วนใหญ่เพราะขาดวัตถุหลักฐาน ยืนยัน จนกระทั่งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมามีคนสังเกตเห็นสิ่งผิดปรกติในภาพ ถ่ายอายุ 70 ปีของพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งในประเทศแคนาดา เป็นภาพคนแต่งกายทันสมัยถือกล้องถ่ายภาพขนิดพกพายืนอยู่ท่ามกลุ่มคนและภาพ นี้ได้รับการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญแล้วว่าเป็นภาพถ่ายจริงที่ไม่ผ่านการตบ แต่งแต่อย่างใด


คอมพิวเตอร์กู้โลก

จอห์น ไตเตอร์ (John Titor) ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกในห้องพูดคุยสาธารณะแห่งหนึ่งบนอินเทอร์เน็ต เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2000 โดยครั้งแรกเขาได้ลงทะเบียนชื่อว่า “Timetravel_0” และได้เปลี่ยนไปใช้ชื่อ “John Titor” ในภายหลัง

แน่นอนว่าชื่อ John Titor เป็นนามแฝง John เป็นชื่อสามัญเหมือนกับชื่อ สมชาย ของคนไทย ส่วน Titor เป็นคำย่อของคำว่า Time Travelor โดยเล่นคำสะกดพยางค์สุดท้าย Travelor ด้วย or แทนที่จะเป็น Traveler สะกดด้วย er



เขา ออกตัวว่าเป็นผู้ที่เดินทางมาจากอนาคตเมื่อปี 2036 ด้วยเครื่องย้อนกาลเวลาที่ผลิตขึ้นในปี 2034 โดยบริษัท GE (General Electronic) เพื่อพิสูจน์ว่าคำพูดของเขาเป็นความจริง จอห์นได้โพสต์ภาพถ่ายเครื่องย้อนกาลเวลา (Time Machine) และคู่มือการใช้งานเครื่องให้ทุกคนได้เห็น



แน่ นอนว่าผู้คนที่เข้าร่วม วงสนทนาไม่เชื่อน้ำมนต์ของนายจอห์น ไตเตอร์ หลายคนพยายามยิงคำถามต่างๆนานาเพื่อจับผิดเขา แต่ดูเหมือนจอห์นจะสามารถตอบคำถามเหล่านั้นได้ทั้งหมด แถมยังสอนมวยกลับมายังคนลองภูมิอีกด้วย

หลายๆคำถามที่จอห์น ไตเตอร์ ยิงกลับมายังผู้ร่วมสนทนา ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังพูดถึงอะไร แต่เมื่อไปค้นคว้าดูในภายหลังพบว่ามันล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับฟิสิกส์ชั้น สูงทั้งสิ้น อีกทั้งคำเตือนเรื่องจะเกิดการแพร่ระบาดของโรคสมองฝ่อ (Mad Cow Disease) ได้เกิดขึ้นจริงในปี 2001 ทำให้หลายคนชักจะลังเล

ร่ำรวยด้วยความรู้ประวัติศาสตร์

เดือน มกราคม 2003 หนังสือพิมพ์วีคลีย์เวิลด์ด์นิวส์ (Weekly World News) ตีพิมพ์ข่าวเจ้าหน้าที่ FBI บุกจับกุมตัวแอนดรูว์ คาร์ลส์ซิน (Andrew Carlssin) วัย 44 ปี ในข้อหานำข้อมูลลับภายในไปแสวงหาผลประโยชน์ในตลาดหลักทรัพย์



สำนักงานคณะกรรมการ กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (Security and Exchange Commission) ได้แจ้งความดำเนินคดีกับนายแอนดรูว์ โดยสงสัยว่าเขานำข้อมูลลับของบริษัทมหาชนต่างๆในตลาดหลักทรัพย์ไปแสวงหาผล ประโยชน์ให้กับตนเอง เพราะแอนดรูว์สร้างความร่ำรวยในเวลาเพียงชั่วพริบตาด้วยการลงทุนเพียง 800 ดอลลาร์ซื้อหุ้นต่างๆแล้วขายออกไป นำเงินที่ได้กลับมาซื้อหุ้นตัวใหม่แล้วทำชอร์ตเซลขายออกไปอีกครั้ง ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนเงินทุนเริ่มต้น 800 ดอลลาร์เพิ่มพูนขึ้นเป็น 350 ล้านดอลลาร์ในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น

แอ นดรูว์รับสารภาพโดย ให้การว่าเขามีข้อมูลว่าหุ้นตัวไหนจะขึ้นในช่วงเวลานั้น เพราะเขามาจากโลกอนาคตในปี 2556 เขาเพียงศึกษาประวัติศาสตร์ข้อมูลทางเศรษฐกิจ นำความรู้ที่ได้ติดตัวเดินทางย้อนอดีตมาในช่วงเวลาดังกล่าวเพื่อช้อนซื้อ หุ้น

เดิมทีนั้นเขาตั้งใจจะลงทุนแบบค่อยๆเป็นค่อยๆไป ไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกต หากแต่ความโลภทำให้เขาหักห้ามใจไม่อยู่ เทเงินที่หามาได้ในช่วงแรกๆลงทุนซื้อหุ้นที่เขารู้อยู่แล้วว่ามันจะมีราคา สูงขึ้น จนกระทั่งไปสะดุดตาเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.ล.ต.

หายตัวอย่างลึกลับ

แอ นดรูว์หายตัวไปอย่างลึกลับระหว่างที่ตำรวจควบ คุมตัวขึ้นศาลพร้อมกับข่าวคราวการจับกุมตัวเขา ไม่มีสื่อใดๆเสนอข่าวนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังสำนักงาน ก.ล.ต. และ FBI เจ้าหน้าที่ทุกคนล้วนปฏิเสธตรงกันว่าไม่เคยได้ยินชื่อแอนดรูว์ คาร์ลส์ซิน มาก่อน



ปี 2006 แอนดรูว์โผล่ออกมาให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์วีคลีย์เวิลด์ด์นิวส์อีกครั้ง เขาไม่ยอมเปิดเผยว่าสามารถเล็ดลอดจากการควบคุมตัวมาได้อย่างไร โดยบอกแต่เพียงว่าตอนนี้เขาทำงานบริษัทสำรวจและผลิตปิโตรเลียมแห่งหนึ่งใน แคนาดา

เช่นเคย เขาใช้ข้อมูลที่เป็นประวัติศาสตร์ในยุคสมัยเขาล่วงรู้ว่า “ทรายน้ำมัน” (Tar Sands) เป็นแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ที่จะมาทดแทนบ่อน้ำมันตามที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะทรายน้ำมันอัลเบอร์ตา (Alberta Tar Sands) ของประเทศแคนาดาเพียงแห่งเดียว สามารถผลิตน้ำมันได้มากถึง 3 แสนล้านบาร์เรล



การ รีดน้ำมันออกมาจากทรายนั้นไม่ง่ายเหมือนกับการขุดเจาะน้ำมันทั่วๆไป เขาต้องสร้างเครื่องมือพิเศษที่เรียกว่า “คาร์ลส์ซินนิซิตี้” (Carlssinicity) เพื่อใช้ในการแยกน้ำมันดิบออกจากทราย โดยมีค่าใช้จ่ายเพียง 1 ดอลลาร์ต่อ 1 บาร์เรลเท่านั้น

เป็นที่น่าสังเกตว่ามีเพียงหนังสือ พิมพ์วีคลีย์เวิลด์ด์นิวส์เท่านั้นที่ลงเรื่องราวของแอนดรูว์ คาร์ลส์ซิน และหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ได้รับสมญานามว่าเป็นหนังสือพิมพ์ประเภทลงข่าวโคมลอย เพื่อความบันเทิง (Entertainment Tabloid) อย่างไรก็ตาม มันเป็นความบังเอิญอย่างน่าประหลาดที่ต่อมาในปี 2008 สำนักงานพลังงานหลายแห่งทั่วโลกยอมรับว่าสามารถแยกน้ำมันดิบออกจากทราย น้ำมันได้จริง ซึ่งมันจะเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญในอนาคต และ ทรายน้ำมันอัลเบอร์ตาเป็นหนึ่งในแหล่งพลังงานที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง



หยุดยั้งโครงการหลุมดำ

เมื่อ ไม่กี่วันที่ผ่านมา หน่วยรักษาความปลอดภัยองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศในทวีปยุโรปสามารถจับ กุมตัวอีลอย โคล (Eloi Cole) ระหว่างพยายามก่อวินาศกรรมเครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่ (Large Hardon Collider) ของห้องทดลองเซิร์น (European Organization for Nuclear Research; CERN) ซึ่งกำลังทำการทดลองสร้างหลุมดำจำลอง (Black Hole)

อี ลอยให้การว่าเขาลอบเข้ามาในห้องทดลองเพื่อหาแหล่งพลังงานให้กับเครื่องเดิน ทางข้ามเวลาของเขา และเตือนว่าการทดลองสร้างหลุมดำจำลองนี้นำไปสู่การสร้างแหล่งพลังงานที่มี อย่างไม่จำกัดในอนาคตอันเป็นการนำไปสู่หายนะของโลกในที่สุด

อีลอยยัง บอกอีกด้วยว่าเขาเองเป็นคนที่ก่อวินาศกรรมเครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2009 ทำให้เครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่มีอุณหภูมิสูงขึ้นจนอาจก่อให้เกิดอันตราย ทำให้นักวิทยาศาสตร์จำเป็นต้องหยุดการเดินเครื่องชั่วคราว

เหตุการณ์ในครั้งนั้นนักวิทยาศาสตร์พบว่าต้นเหตุคือเศษขนมปังชิ้นเล็กๆหลุด เข้าไป เครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่ โดยเข้าใจว่ามีนกคาบเศษขนมปังบินผ่านเครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่แล้วทำเศษขนม ปังหล่นลงมา

ระหว่างที่อีลอยถูกควบคุมตัวในห้องขังเพื่อรอการส่งตัวไป ยังสถานบำบัดโรคทางจิต เขาก็หายตัวไปอย่างลึกลับบนสถานีตำรวจกลางกรุงเจนีวานั่นเอง



หลักฐานชิ้นสำคัญ

เดือน กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พิพิธภัณฑ์ Bralorne Pioneer Museum ได้แสดงนิทรรศการภาพถ่าย เล่าเรื่องราวเหตุการณ์ในอดีตผ่านทางภาพถ่าย โดยหนึ่งในภาพถ่ายนั้นเป็นภาพกลุ่มคนมุงดูเหตุการณ์น้ำท่วมในปี 1941



ท่าม กลางฝูงชนในภาพ มีชายคนหนึ่งแต่งกายผิดแผกแตกต่างไปจากผู้คนในยุคสมัยนั้น โดยเขามีทรงผมล้ำสมัย สวมแว่นตาดำ ใส่เสื้อยืดสวมเสื้อแจ๊กเกตทับ อันเป็นแฟชั่นในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่เมื่อ 70 ปีก่อน แต่ที่สำคัญกว่าการแต่งกายคือชายคนนี้ถือกล้องถ่ายรูปพกพาที่ยังไม่ผลิตออก จำหน่ายในสมัยนั้น
ภาพ ถ่ายใบนี้เป็นภาพถ่ายโบราณของพิพิธภัณฑ์ Bralorne Pioneer Museum ไม่ใช่ภาพถ่ายทั่วๆไปที่คนมือบอนจะนำตบแต่งด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้ อีกทั้งผู้เชี่ยวชาญทางคอมพิวเตอร์กราฟิคได้พิสูจน์แล้วว่าภาพนี้เป็นภาพ ถ่ายจริงที่ไม่ผ่านการตบแต่ง มันจึงถูกกล่าวขานว่าเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่พิสูจน์ว่ามีคนจากอนาคตเดินทาง ย้อนเวลามาสู่อดีตจริง

ภาพ ถ่ายภาพนี้จึงกลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ใน สังคมอินเทอร์เน็ตตั้งแต่กลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา หลายคนพยายามสืบค้นว่าบุคคลแปลกปลอมในภาพถ่ายเป็นใคร มาจากไหน ในขณะเดียวกันผู้ที่ไม่เชื่อเรื่องการเดินทางย้อนเวลาก็พยายามหาข้อมูลมาหัก ล้าง ซึ่งผลการดีเบตระหว่างคน 2 ฝ่ายนี้จะเป็นอย่างไรเราก็ต้องคอยติดตามข่าวกันต่อไป

หญิงปริศนาเดินคุยมือถือเมื่อ82 ปีที่แล้ว

ฮือฮา!! หญิงปริศนา ย้อนเวลา เดินคุยโทรศัพท์มือถือ ในหนัง ชาร์ลี แชปลิน

   บาง ครั้ง การย้อนเวลาสู่อดีตอาจจะเป็นเรื่องจริงก็ได้ หลังจากมีผู้พบเห็นภาพผิดยุคผิดสมัย ในภาพยนต์อมตะอย่าง ชาร์ลี แชปลิน (Charlie Chaplin) ที่ผลิตขึ้นในปี 1928 หรือเมื่อ 82 ปีที่ผ่านมา โดยภาพดังกล่าวปรากฎมีหญิงรายหนึ่ง เดินคุยโทรศัพท์มือถือ ทำเอาคนที่เห็นงงไปตามๆกัน

ฉาก นี้ปรากฎขึ้น เป็นฉากสวนสัตว์แห่งหนึ่งของฮอลลีวูด มีผู้หญิงสวมเสื้อคลุมสีดำ สวมหมวก เดินถือโทรศัพท์มือถือ ขณะเดินผ่านฉากไป ความผิดยุคสมัยนี้ ไม่มีใครสังเกตมาก่อน ซึ่งนายจอร์จ คลาร์ก (George Clark) ผู้ที่เชี่ยวชาญด้านภาพยนตร์ก็รู้สึกงงๆกับคลิปดังกล่าว  ซึ่งเขานำไปให้ หลายๆคนดู ก็ยังไม่สามารถอธิบายได้ว่า ผู้ที่อยู่ในฉากคือใครกันแน่

ผู้ ชมที่เห็นคลิปดังกล่าวสันนิษฐานว่า  อาจเป็นไปได้ว่า เธอกำลังฟังวิทยุพกพาแนบกับหูของเธอ แต่ก็อธิบายไม่ได้เช่นกันว่าเธอพูดอยู่คนเดียวหรืออย่างไร บางคนบอกว่า เธอกำลังใช้วัตถุบางอย่างบังใบหน้าไว้ เพื่อซ่อนตัวเธอจากการถ่ายทำภาพยนตร์



ลักษณะท่าทางของหญิงดังกล่าว เหมือนกับผู้ใช้โทรศัพท์ในยุคปัจจุบัน

ทั้ง นี้ เมื่อนำมือถือเครื่องแรกที่ผลิตขึ้นอย่างของโมโตโรล่า รุ่นวอลคกี้ ทอล์คกี้ ‘Walkie-Talkie ซึ่งผลิตครั้งแรกเมื่อปี 1940 แต่กระนั้น ขนาดของมันก็ใหญ่ราวกับแขนมนุษย์เลยทีเดียว อีกทั้งยังผลิตขึ้นหลังจากที่ผลิตภาพยนตร์ดังกล่าวออกฉายกว่าสิบปี

นายคลาร์ก ยังคงต้องการคำตอบว่า ภาพดังกล่าวเกิดจากอะไร หรือหญิงปริศนาคนดังกล่าวจะเป็นผู้ที่อยู่ในอนาคตแล้วย้อนเวลาไปยังยุคนั้น ได้

John Phone มือถือที่เบสิคที่สุดในโลก

John Phone มือถือที่เบสิคที่สุดในโลก


                ช่วงนี้กระแสสมาร์ทโฟนมาแรงแบบฉุดกระชากยังไงก็เอาไม่อยู่จริง ๆ ถึงขนาดที่ว่าช่วงหลายวันที่ผ่านมา ในบ้านเราเพิ่งมีการต่อแถวยาวเหยียดเพื่อซื้อสมาร์ทโฟนครึ่งราคากันไปอีก ต่างหาก แต่ทว่าในความแรงนั้น ก็มีเรื่องที่สวนกระแสและน่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะเมื่อไม่นานมานี้ มีบริษัทโทรศัพท์มือถือได้ผลิตโทรศัพท์ที่มีความเบสิคที่สุดในโลก โดยใช้ชื่อว่า "จอห์น โฟน" (John Phone)



                  จอห์น โฟน เป็นผลงานการผลิตของ บริษัท "จอห์น โด อัมส์เตอร์ดัม" (John Doe Amsterdam) ซึ่งความเบสิคแบบสุด ๆ ของเจ้าจอห์น โฟน อยู่ที่ลูกเล่นพิเศษเพียงอย่างเดียว คือการโทรเข้า - โทรออก แค่นั้นจบ!! ไม่ต้องมาแตะนู่น กดนี่ ใส่แอพฯ นั่น หรือเสริมนู่นนี่ให้เสียเวลาและรำคาญใจแต่อย่างใด อีกทั้งยังไม่ต้องกลัวว่าตกน้ำแล้วจะเจ๊งด้วย เพราะสเปคของมันบางเบา ทำจากพลาสติกชั้นดี กันน้ำได้อย่างสบาย ๆ



                 ที่สำคัญไปกว่านั้นเจ้า จอห์น โฟน ยังมีระบบการจดบันทึกที่ใช้งานได้ง่ายมาก ๆ เนื่องจากมีระบบเมมเบอร์แมนนวล หรือพูดง่าย ๆ ก็คือจดบันทึกสิ่งต่าง ๆ ด้วยปากกาและสมุดจดที่แถมมาให้จากด้านหลังเครื่องนั่นเอง นอกจากนี้ ยังมีระบบโชว์บันทึกเบอร์โทรเข้า - โทรออกบนหน้าจอสีขาวดำ หรือจะปรับเพิ่ม - ลดเสียงก็แสนจะง่ายดาย เพียงแค่เลื่อนปุ่มขึ้น - ลงเท่านั้น


                แล้วใครที่มีปัญหากับการตัดสินใจว่า เอ๊ะ! จะใช้เพลงไหนหรือเสียงไหนเป็นริงโทนดีนั้น ก็ไม่ต้องคิดมากให้เสียเวลา เพราะจอห์น โฟนมีเสียงริงโทนให้เลือกเพียงแบบเดียว เปิดสั่นได้ มีหูฟังให้ใช้ขณะขับรถ แถมด้วย 2 เกมสุดฮิตที่สามารถยืนยันได้เลยว่า เป็นเกมที่เล่นได้ทุกเพศทุกวัย นั่นก็คือเกม "บิงโก" และ "โอ เอ็กซ์"


                ยัง!....ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เนื่องด้วยความสามารถอันหลากหลาย(?)นี้เอง จึงทำให้จอห์น โฟน เป็นโทรศัพท์ที่สามารถใช้งานได้นานสุด ๆ เลยก็ว่าได้ เพราะสามารถเปิดสแตนด์บายทิ้งไว้ได้นานถึง 3 สัปดาห์เต็ม ๆ เลยทีเดียว และหากใครที่ชอบสีสันคัลเลอร์ฟูลล่ะก็ เลือกสีได้ตามใจชอบเลย ไม่ว่าจะเป็น สีดำ สีน้ำตาล สีขาว สีเทา สีชมพู หรือจะสีทองก็มีเช่นเดียวกัน


สำหรับใครที่สนใจอยากเป็นเจ้าของอันสมาร์ทโฟน (Unsmart Phone) เครื่องนี้แล้วล่ะก็
เตรียมเงินให้พร้อม เพราะเขาสนนราคาเริ่มต้นถูกสุดที่เครื่องละประมาณ 3,400 บาท
ไปจนถึงรุ่นที่แพงสุดที่ราคาประมาณ 4,900 บาท แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ณ ขณะนี้ ยังไม่มีนำเข้ามาขายในบ้านเรานะจ๊ะ

123456 ยอดฮิตพาสเวิร์ดทั่วโลก

123456 ยอดฮิตพาสเวิร์ดทั่วโลก




      ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเดี๋ยวนี้นั้นระบบการสื่อสารออนไลน์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อผ่าน e-mail การพูดคุยผ่านโปรแกรมสนทนาออนไลน์ หรือการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ นั้นถือเป็นกิจกกรมที่มนุษย์เราคุ้นชินกันไปเสียแล้ว

        ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ทราบกันดีเมื่อคุณต้องติดต่อกับโลกออนไลน์นั้นสิ่งที่จำ เป็นก็คือ Username และ Password ซึ่งถือเป็นรหัสที่จะช่วยเชื่อมต่อระหว่างคุณกับโลกออนไลน์ เมื่อเร็ว ๆ นี้เวบไซต์ Whaismypall.com" ได้ทำการสำรวจคำต่าง ๆ กว่า 500 คำที่กลายเป็น รหัสหรือพาสเวิดที่ผู้คนนิยมใช้มากที่สุด พบว่า 123456 ถือเป็นที่นิยมมากที่สุด รองลงมาคือคำว่า "password" รองลงมาได้แก่ ชื่อตนเอง ถ้อยคำไม่สุภาพทั้งหลาย ยี่ห้อรถ และข้อมูลใกล้ตัวอื่นๆ ตามลำดับ

          ทราบเช่นนี้แล้วคราวหน้าในการกรอกข้อมูลต่าง ๆ ในโลกออนไลน์คุณควรระมัดระวังไม่เปิดเผยเรื่องส่วนตัวกับคนที่ไม่สนิทสนม ด้วยมากนัก และทางที่ดีก็ไม่ควรบอกรหัส หรือพาสเวิร์ดแก่ใครง่าย ๆ และ ทางที่ดีที่สุด พยายามใช้พาสเวิร์ดที่คุณรู้เพียงคนเดียว และพยายามไม่ใช้ข้อมูลใกล้ๆ ตัว เพราะบางทีคนร้ายที่เป็นคนใกล้ตัวคุณอาจจะคาดเดา

มีผู้ชายอยู่ 12 ประเภท ที่ผู้หญิงยอมทำตามด้วยความยินดี !!

1."หมอ" - ถอดเสื้อผ้าออก สิครับ !!

2."หมอฟัน" - อ้ากว้าง ๆ หน่อยสิครับ !!

3."คนส่งแก๊ซ" - ประตูหน้ารึว่าประตูหลังดีครับ !!

4."นักตกแต่งภายใน" - ผมใส่อันนี้เข้าไป รับรองคุณต้องชอบแน่ๆ !!

5."นายธนาคาร" - ถ้าคุณถอนออกตอนนี้ คุณจะเสียใจนะครับ !!

6."โจร" - อย่าขัดขืน ไม่งั้นเจ็บตัว !!

7."จิตรกร" - นั่งนิ่งๆสิจะได้เสร็จเร็ว !!

8."นักเขียนการ์ตูน" - อย่าเร่งสิ เดี๋ยวไม่ทำต่อนะ !!

9."อาร์ตตัวพ่อ" - รอแปร๊บ...อารมณ์ยัง !!

10."คนส่งพิซซ่า" - ถึงภายใน 30 นาที... !!

11."พนักงานถ่ายเอกสาร" - เล็กๆไม่ ใหญ่ ๆ ทำ !!

12."อาจารย์" - ไม่เสร็จไม่ต้องเอาเกรด !!





เก้ทนะครับ 55555

10 อันดับอุบัติเหตุที่ร้ายเเรงที่สุดในโลก

10 อันดับอุบัติเหตุที่ร้ายเเรงที่สุดในโลก




1. Chernobyl อุบัติเหตุโรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์เชอร์โนบิล
ใน วันที่ 26 เมษายน ค.ศ.1986 ได้เกิดอุบัติเหตุที่มีความสูญเสียเป็นมูลค่ามากที่สุดในโลก หายนะของโรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์เชอร์โนบิล คือ การที่สารกัมมันตรังสีได้แพร่กระจายออกไปกว่าครึ่งของพื้นที่ประเทศยูเครน ประชาชนมากกว่า 200,000 คนต้องอพยพออกนอกพื้นที่ และต้องไปหาที่ตั้งรกรากใหม่ และมีประชาชนมากกว่า 1.7 ล้านคนได้รับผลกระทบที่ตามมาของสารกัมมันตรังสี มีประชาชนมากกว่า 125,000 คน
ต้องเสียชีวิตไปเนื่องจากติดเชื้อและเป็นมะเร็ง สูญเสียเงินในการกำจัดสารกัมมันตรังสีไปมากกว่า 200 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ




2. Space Shuttle Columbia
เกิด เหตุการณ์นี้เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2003 กระสวยอวกาศโคลัมเบียได้เกิดระเบิดขึ้น ทำให้ทาง
American Institute of Aeronautics and Astronautics ได้ออกมาแถลงการณ์ว่า
สูญเงินไปกว่า 13 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ



3. Prestige Oil Spill
ในวันที่ 13 พฤศจิกายน ค.ศ.2002 เรือบรรทุกน้ำมัน Prestige ได้บรรทุกน้ำมันจำนวน 77,000 ตัน อุบัติเหตุเกิดขึ้นเมื่อถังน้ำมันถังหนึ่งในจำนวนทั้งหมด 12 ถังได้เกิดลุกไหม้ขึ้นระหว่างการเกิดพายุในเขตเมือง Galicia ประเทศสเปน หลังจากนั้นเรือได้หักครึ่งกลางและจมลงสู่ก้นมหาสมุทร และน้ำมันจำนวน 20 ล้านแกลลอนได้รั่วไหลออกสู่ทะเล สูญเงินในการขจัดน้ำมันออกไปทั้งหมด 12 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ



4. Challenger Explosion
เกิด ขึ้นในวันที่ 28 มกราคม ค.ศ.1986 หลังจากยานอวกาศ Challenger ที่ถูกส่งขึ้นอวกาศไปได้เพียงแค่ 73 วินาทีเท่านั้น เหตุเกิดจากถังบรรจุไฮโดรเจนเหลวเกิดการระเบิดขึ้น สูญเสียเงินไปกว่า 450 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (เท่ากับ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปัจจุบัน)




5. Piper Alpha Oil Rig
ในวันที่ 6 กรกฎาคม ค.ศ.1988 ได้เกิดระเบิดขึ้นที่แท่นขุดเจาะน้ำมันขนาดยักษ์นี้ขึ้นมา เนื่องจากสาเหตุจากความประมาทของคนควบคุมที่อยู่บนแท่นขุดเจาะ มีผู้เสียชีวิต 167 คน สูญเงินไปกว่า 3.4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ



6. Exxon Valdez
อุบัติเหตุ น้ำมันรั่วไหลกลางทะเล ของเรือ Exxon Valdez แม้อาจจะไม่ได้เป็นอุบัติเหตุน้ำมันรั่วไหลครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกแต่ อุบัติเหตุนี้เกิดขึ้นบริเวณช่องแคบ Prince William ที่สามารถเข้ามาได้เฉพาะทางเฮลิคอปเตอร์และทางเรือเท่านั้น
ในวันที่ 24 มีนาคม ค.ศ.1989 น้ำมันจำนวนกว่า 10.8 ล้านแกลลอนได้รั่วไหลออกมาจากสาเหตุที่กัปตันเรือที่ชื่อ
Joseph Hazelwood ไม่ได้ควบคุมเรือ จึงทำให้เรือชนเข้ากับแนวพืดหินปะการังใต้น้ำ สูญเงินไปทั้งหมดเป็นมูลค่า 2.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ




7. B-2 Bomber Crash
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2008 ที่ฐานทัพอากาศบนเกาะกวม สาเหตุอาจจะเกิดจากการขัดข้องของระบบขับเคลื่อน ของเครื่องบิน นักบินทั้ง 2 คนสามารถดีดตัวออกมาได้อย่างปลอดภัย แต่เครื่องบินนั้น พังยับ สูญเสียเงินไปทั้งหมดเป็นมูลค่า 1.4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ




8. MetroLink Crash
ใน วันที่ 12 กันยายน ค.ศ.2008 (เมื่อไม่นานมานี้เอง) เป็นหนึ่งในอุบัติเหตุเกี่ยวกับรถไฟที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของแคลิ ฟอร์เนีย
มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 25 คน เมื่อรถรางชนเข้ากับรถไฟขนส่งสินค้าของบริษัท Union Pacific ในนคร Los Angeles
สาเหตุอาจจะเกิดจากรถรางเคลื่อนที่ไปข้างหน้าในขณะที่ยังไม่ได้รับสัญญาณ อนุญาตให้ไป เพราะเนื่องจากยังมีความวุ่นวายในเรื่องของการให้สัญญาณอยู่ สูญเสียเงินไปทั้งหมดเป็นมูลค่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ



9. Tanker Truck vs Bridge
ใน วันที่ 26 สิงหาคม ค.ศ.2006 รถยนต์คันหนึ่งชนเข้ากับรถบรรทุกที่บรรทุกน้ำมันมามากกว่า 32,000 ลิตร บนสะพาน Wiehltal Bridge ประเทศเยอรมนี รถบรรทุกได้ชนเข้ากับขอบทางของสะพานและร่วงลงมายังถนน A4 Autobahn ที่อยู่ต่ำกว่าประมาณ 90 ฟุต และเกิดระเบิดขึ้น ผลของการระเบิดทำให้สะพานพังยับและโดนไฟไหม้ สูญเสียเงินไปเป็นมูลค่าทั้งหมด 358 ล้านเหรียญสหรัฐฯ



10. Titanic เรือไททานิค
อุบัติเหตุเรือไททานิคจมเป็นอุบัติเหตุที่เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก แต่มันก็ยังอยู่แค่อันดับ 10 ในการจัดอันดับของเรา ในวันที่ 15 เมษายน ค.ศ.1912 เรือไททานิคชนเข้ากับภูเขาน้ำแข็งในระหว่างการเดินทางบริเวณมหาสมุทรแอตแลน ติคเหนือ ผู้คนมากกว่า 1,500 คนเสียชีวิตเนื่องจากน้ำที่เย็นจนแทบจะเป็นน้ำแข็ง สูญเสียเงินทั้งหมดไปมากกว่า 7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ  (ปัจจุบันคิดเป็นมูลค่า 150 ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

10 สุดยอดรถแพงปี 2011 ...ที่เศรษฐียังร้องจ๊าก!!

อันดับที่ 10 SC Ultimate Aero
เจ้าสถิติความเร็วตัวยง 412 กิโลเมตรที่ถูกบันทึกไว้ได้โดย กินเนสบุ๊คนั้น คงไม่ใช่รถที่ใครจะสัมผัสได้ง่ายๆ เพราะมันมีค่าตัวถึง 740,000 ดอลล่าร์ นี่ยังไม่นับค่าดูแลรักษาที่ต้องการเป็นพิเศษ และแม้มันจะเริ่มแก่ไปนิด แต่ความเก๋าของมันนั้น ยังมีอยู่กับสถิตเจ้าความเร็วที่เพิ่งโดน Bugati Veyron Super Sport ลบไปในปีนี้


อันดับที่ 9 Leblanc Mirabeau
ค่ายผู้ผลิตรถยนต์จากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ตามเข้ามาในอันดับนี้ กับรถที่เป็นสปอร์ตดิบๆ แต่ราคาแพงเหลือร้ายกว่า 765,000 ดอลล่าร์ Leblanc Mirabeau นั้นเป็นรถสปอร์ตโรดสเตอร์เปิดหน้าต่างไร้กระจก ให้ความดิบดุดัน ด้วยเครื่องวางกลางขับหลัง ตามสไตล์การแข่งขันรถ Le-mans ซึ่งรถรุ่นนี้พกแรงม้ามากว่า 700 ตัว ทางด้านหลังคุณ รับรองไม่มีวันไปทำงานสายๆแน่ๆ

อันดับที่ 8 Koenigsegg CCX
ขยับกันขึ้นมาอีกนิดสำหรับรถสปอร์ตมูลค่า 7 หลัก กับ Koenigsegg CCX ที่มีมูลค่ากว่า 1.1 ล้าน ดอลล่าร์ ค่าตัวที่แพงแลกกับอัตตราเร่ง 0-100 กม/ชม ในเวลาเพียง 3.2 วินาที และ ใน 9.8 วินาที มันก็สามารถพาคุณถึงความเร็วที่ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วสูงสุดของรถรุ่นนี้มีรายงานว่าสามารถทะลุเพดานได้กว่า 400 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ยังไม่มีการยืนยันเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นทางการ

อันดับที่ 7 Koenigsegg CCXR
ค่าตัว 1.3 ล้านดอลล่าร์ กับเวอร์ชั่นเพิ่มความแรงของ Koenigsegg CCX นั้นถือเป็นอะไรที่น่าสนใจอย่างมาก สำหรับเศรษฐี โดยเฉพาะเมื่อเครื่องยนต์ V8 พร้อม Supercharger สามารถทำแรงม้าได้กว่า 806 เมื่อคุณเลือกใช้ ออกเทน 98 แต่ที่น่าสนใจคือรถรุ่นนี้รองรับการใช้งานของ E85 และ E 100 ซึ่งเมื่อได้รับน้ำมันดังกล่าวนั้น มันจะมีพละกำลังกว่า 1,018 แรงม้า เลยทีเดียว


อันดับที่ 6 Maybach Landaulet
Maybach Landaulet ที่มาพร้อมค่าตัว 1.4 ล้านดอลล่าร์นั้น มันอาจจะไม่ใช่ รถสปอร์ตพันธุ์แรงมากมายเหมือนที่ผ่านมาแต่น่าสนใจด้วยความหรูหราและแน่นนอน ขุมพลัง V12 พร้อมแรงม้า 612 แรงม้านั้น อาจมองไม่คุ้มค่ากับที่จะจ่าย แต่ถ้าคุณรู้ว่ารถรุ่นนี้หรูเพียงใด คงอาจจะไม่ปฏิเสธที่จะอยากได้มัน

อันดับที่ 5 Lamborghini Reventon
เจ้ากระทิงดุ ชื่อแปลกๆ ผลิตออกมาจำหน่ายเพียง 20 คัน พร้อมค่าตัวสุดแพงกว่า 1.42 ล้านดอลล่าร์นั้น เป็นอะไรที่หลายคนคงชอบ และแน่นอน ค่าตัวที่แสนแพงมาพร้อมความแรงจากเครื่องยนต์ V12 ที่ทะยานได้ว่องไว และคล่องตัวในทุกสมรรถนะการขับขี่กับ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

อันดับที่ 4 Lamborghini Reventon Roadster
จ้ากระทิงดุพันธ์แรงเวอร์ชั่นโรดสเตอร์นั้น ตามมาติดๆ และมันขึ้นนำในเรื่องความแพงกว่าเวอร์ชั่นธรรมดา สูงถึง 1.56 ล้านดอลล่าร์ และทุกอย่างมีความสวยงามมากกว่าเดิม จนน่าหามาใช้สักคัน

อันดับที่ 3 Roadster Pagani Zonda Cinque
อีกหนึ่งสปอร์ตพันธุ์แรงแดนมักกะโรนี ที่แพงและความแรงที่ไม่เป็นสองรองใครอยู่แล้ว ค่าตัวกว่า 1.8 ล้านดอลล่าร์ของ Roadster Pagani Zonda Cinque ความแพงที่สุดแสนจะบรรยายนี้มาจากเครื่องยนต์ V12 ที่บรรจุเอาไว้ในรถให้แรงม้าเพียง 678 แรงม้า แต่มีความแรงในระดับ 0- 100 กม/ชม ในเวลาเพียง 3. 4 วินาที และความเร็วปลายให้คุณได้สะใจกว่า 349 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

อันดับที่ 2 Bugatti Veyron Grand Sport
เจ้าVeyron ยังคงแพงเหมือนเคยและครองตำแหน่งในอันดับ 2 ในปีนี้กับค่าตัวระดับ 2 ล้านดอลล่าร์ ที่ไม่ใช่จะเป็นเจ้าของกันง่ายๆเสียด้วย เรื่องสมรรถนะความแรงระดับเจ้าสถิติโลกความเร็วปัจจุบันนั้น คงไม่ต้องพูดถึง แต่ถ้าคุณซื้อเวย์รอนมาขี่ แน่นอนคุณต้องชอบความเร้วและทันสมัย บวกกับความหรูหราของมัน


อันดับที่ 1 Koenigsegg Trevita
แพงที่สุดและหาตัวจับยากที่สุดกับค่าตัว 2.21 ล้านดอลล่าร์ ถือว่าไม่ใช่อะไรที่แพงถ้าคุณกำลังมองหารถหายากที่สุดรุ่นหนึ่งบนถนนกับเจ้า Koenigsegg Trevita ที่เป็นรุ่นพิเศษกว่าเดิม 1,018 แรงม้า จากรุ่นปกติคงเป็นอะไรที่ไม่สามารถพบได้บ่อยนักจากเครื่องยนต์ V8 และแน่นอน มันพิเศษจริงๆ

ที่มาของโลโก้หนัง !! (ภาพยนต์ต่างประเทศ)*

คุณคงจะเคยเห็นโลโก้ของ บริษัทหนังต่างๆ ทุกก่อนหนังจะเริ่ม แต่คุณเคยสงสัยไหมว่า ใครคือเด็กที่นั่งแกว่งเท้าอยู่บนดวงจันทร์ของโลโก้ DreamWorks หรือภูเขาของ Paramount มาจากไหน
หรือแม้แต่เทพีสาวสวยที่ยืนถือคบเพลิงของ Columbia หละ

ไปดูที่มาของมันกัน !



1. Dream works





ในปี 1994 ผู้กำกับชื่อดัง Steven Spielberg, Jeffrey Katzenberg ประธานของ Disney studio และ David Geffen เจ้าของ Geffen records ได้ร่วมกันเปิดสตูดิโอใหม่ชื่อ DreamWorks (ใต้ชื่อ DreamWorks มีอักษรตัวแรกของชื่อทั้งสามอยู่ด้วย SKG)
Spielberg ต้องการให้โลโก้สื่อถึงยุคทองของฮอลลิวูด ตอนแรกมันเป็นรูปผู้ชายตกปลาอยู่บนพระจันทร์ที่สร้างขึ้นโดยคอมพิวเตอร์ แต่ Dennis Muren Visual Effects Supervisor ของ Industrial Light and Magic ผู้ซึ่งทำงานกับ Spielberg ในหนังหลายๆเรื่อง แสดงความคิดเห็นว่าควรจะเป็นรูปวาดมือน่าจะดูดีกว่า Muren ก็เลยติดต่อ Robert Hunt เพื่อนของเขามาจัดการมัน
Hunt ยังได้ลองวาดโลโก้ในแบบอื่นๆมาให้ดูด้วย เช่น เด็กผู้ชายนั่งตกปลาอยู่บนพระจันทร์เสี้ยว ซึ่ง Spielberg เองก็ชอบเวอร์ชั่นนี้มากกว่า เอ๊ะ แล้วตกลงเด็กผู้ชายคนนี้คือใคร ? เขาก็คือ William ลูกชายของ Hunt นั่นเอง



2. Metro-Goldwyn-Mayer (MGM)


ในปี 1924 Howard Dietz นักปรชาสัมพันธ์ของสตูดิโอ ได้ออกแบบ โลโก้ "Leo The Lion" สำหรับ Samuel Goldwyn's Goldwyn Picture Corporation เขาขึ้นโครงจากทีมกีฬาของ alma mater Columbia University มหาวิทยาลัยของเขา
เมื่อ Goldwyn Pictures รวมเข้ากับ Metro Pictures Corporation และ Louis B. Mayer Pictures กลายเป็น MGM ก็ยังคงใช้โลโก้เดิมเป็นแบบ
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา มีสิงโตทั้งหมดห้าตัวที่รับบทเป็น "Leo The Lion" ตัวแรกคือ Slats ซึ่งอยู่ในหนังเงียบของ MGM ระหว่างปี
1924-1928 ตัวต่อมา Jackie เจ้าของเสียงคำรามแรกที่ได้ยินโดยผู้ชม ถึงแม้ว่าตัวหนังยังจะเป็นหนังเงียบก็ตาม โดยที่เสียงคำรามจะถูกเล่นผ่านแผ่นเสียงแบบ phonograph ในขณะที่โลโก้กำลังถูกแสดง นอกจากนี้ Jackie ก็เป็นสิงโตตัวแรกที่ถูกฉายผ่านหนังแบบมีสีในปี 1932
สิงโตตัวที่ 3 ผู้ซึ่งโด่งดังที่สุดคือ Tanner ถูกใช้ควบไปพร้อมๆกับ Jackie ในขณะที่หนังยังเป็นขาวดำอยู่ หลังจากสิงโตตัวที่ 4
ที่ไม่มีชื่อเรียก MGM ก็ใช้ leo สิงโตตัวที่ 5 มาตั้งแต่ปี 1957 จนถึงปัจจุบัน
คำขวัญประจำ MGM คือ "Ars Gratia Artis" ซึ่งแปลได้ว่า "Art for Art's Sake."





3. 20th Century Fox



ในปี 1935 Twentieth Century Pictures และ Fox Film Company ได้รวมกันเป็น Twentieth Century-Fox Film Corporationโลโก้ดั้งเดิมของ Twentieth Century Pictures ได้ถูกสร้างขึ้นในปี 1933 โดยศิลปินผู้มีชื่อเสียง Emil Kosa, Jr หลังจากการยุบรวมKosa เปลี่ยนจากคำว่า "Pictures, Inc." ด้วยคำว่า "Fox" นอกจากนี้ Kosa ยังโด่งดังจากภาพวาดซากปรักหักพังของเทพีเสรีภาพในหนังเรื่อง Planet of the Apes (1968)



4. Paramount: เทือกเขาอันสง่างาม



Paramount Pictures Corporation ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1912 โดย Adolph Zukor และสองพี่น้อง Frohman
ผู้คร่ำหวอดในวงการภาพยนตร์   Daniel และ Charles  เทือก เขานี้เริ่มต้นจากการวาดเล่นๆโดย W.W. Hodkinson ระหว่างที่เขาเข้าพบกับ Zukor โดยอ้างอิงจากภูเขา Ben Lomond ใน Utah ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา (แต่โลโก้ที่เห็นกันอยู่นี่เป็นเทือกเขา Artesonraju ของประเทศเปรู) โลโก้นี้เป็นโลโก้ที่มีอายุยาวนานที่สุดของ Hollywood  ต้นฉบับจะมีดาว 24 ดวง ซึ่งหมายถึง ดาราหนัง 24 คนของ Paramount (ปัจจุบันเหลือ 22 ดวงซึ่งผู้เขียนก็ไม่ทราบสาเหตุเหมือนกัน)
ปัจจุบันใช้ภาพที่สร้างขึ้นจากคอมพิวเตอร์แทนที่ของต้นฉบับที่เป็นการวาดมือไปแล้ว




5. Warner Bros.: The WB Shield





Warner Bros. ก่อตั้งขึ้นโดยพี่น้องชาวยิวสี่คนที่อพยพมาจากโปแลนด์ Harry, Albert, Sam, และ Jack Warner ที่จริงแล้วชื่อเหล่านี้ไม่ใช่ชื่อที่พ่อแม่พวกเขาตั้งให้ จริงๆแล้ว Harry มีชื่อว่า "Hirsz" Albert มีชื่อว่า "Aaron" Sam มีชื่อว่า "Szmul" และ Jack มีชื่อว่า "Itzhak" ส่วนนามสกุลเดิมนั้นไม่มีใครทราบแน่ชัด บ้างก็ว่า Wonsal บ้างหละ Wonskolaser บ้างหละ หรือแม้กระทั่ง Eichelbaum
ก่อนที่มันจะถูกเปลี่ยนมาเป็น Warner

แรกเริ่มเดิมที Warner Bros. มีปัญหาในการดึงคนมากความสามารถมาร่วมงาน ในปี 1925 ด้วยการผลักดันของ Sam Warner Bros.
สร้างหนังยาวมีเสียงเรื่องแรก (ครั้งแรกที่ Harry ได้ยินไอเดียนี้ของ Sam เขาได้พูดว่า ใครมันจะได้อยากได้ยินเสียงของนักแสดงวะ ?)
จากเรื่องนี้ก็ทำให้ Warner Bros. โด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่ว
ส่วนตัวโลโก้ของ Warner Bros. มีการปรับปรุงใหม่หลายรอบ Jason Jones และ Matt Williams แห่ง CLG Wiki จะขออธิบายดังนี้



6.Columbia Pictures: หญิงสาวถือคบเพลิง




Columbia Pictures ก่อตั้งขึ้นในปี 1919 โดยสองพี่น้อง Harry และ Jack Cohn และ Joe Brandt ในชื่อว่า Cohn-Brandt-Cohn
Film Sales ผลงานส่วนใหญ่ในช่วงแรกของสตูดิโอเป็นงานสร้างทุนต่ำ พวกเขาเลยถูกล้อเลียนว่า Corned Beef and Cabbage

ในปี 1924 พี่น้อง Cohn ซื้อหุ้นส่วนที่เหลือจาก Brandt และเปลี่ยนชื่อสตูดิโอเป็น Columbia Pictures Corporation
เพื่อที่จะปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์



โลโก้ของสตูดิโอคือ Columbia หญิงซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของอเมริกา มันถูกออกแบบในปี 1924 โดยสุดท้ายแล้วก็ยังไม่มีข้อสรุปว่า หญิงสาวถือคบเพลิง ต้องการจะศื่อถึงอัต    ลักษณ์อะไร



ในอัตชีวิตประวัติของ Bette Davis ปี 1962 ได้ระบุว่า Claudia Dell เป็นแบบ
แต่ในปี 1987 นิตยสาร People Magazine กล่าวว่า Amelia Batchler ต่างหากที่เป็นแบบ
ปี 2001 Chicago Sun-Times ระบุว่าเป็นตัวละครสมทบที่ชื่อ Jane Bartholomew
หากจะดูการที่โลโก้ได้เปลี่ยนหลายๆปี บางทีแหล่งข้อมูลอาจจะถูกทั้งสามที่เลยก็ได้

โลโก้ปัจจุบันที่ใช้อยู่ออกแบบขึ้นในปี 1993 โดย Michael J. Deas ผู้ได้รับมอบหมายจาก
Sony Pictures Entertainment ที่จะทำให้หญิงสาวคนนี้ดู คลาสสิค

ในขณะที่ผู้คนคิดว่า หนังแสดงหญิง Annette Bening นั้นเป็นแบบ ที่จริงแล้วต้นแบบคือ Jenny Joseph นักสร้างบ้านและวาดภาพฝาผนัง มาเป็นแบบให้กับ Deas ถ้าจะพูดให้ถูกคือใช้ใบหน้าของเธอมากกว่า อย่างไรก็ตาม Deas ก็วาดขึ้นจากคอมพิวเตอร์









7. "NEW LINE CINEMA"



ก่อตั้งในปี 1967 โดยRobert Shaye & Michael Lynne ซึ่งต้องนับว่าแยกตัวออกมาประสบความสำเร็จอย่างสูงพอๆกับค่ายแม่ทีเดียว โดยภาพยนต์ที่ดังๆนั้นมากมายพอดูค่ะ ตัวอย่างเช่น The lord of the ring ,  Austin Powers,A Nightmare on Elm Street (นิ้วเขมือบ),Friday the 13th(ศุกร์13 ฝันหวาน),The Mask (หน้ากากเทวดา)
,Blade (ร่วมกับ Marvel studios)เป็นต้น




8.Universal Pictures (ยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส)



ค่ายนี้ก่อตั้งในปี 1912 ค่ะ ปีเดียวกับ Paramount Pictures (อายุเยอะที่สุดแย้ว) โดย Carl Laemmle โลโก้ก็ตรงไปตรงมาค่ะ แสดงถึงความเป็นยักษ์ใหญ่ของโลกด้าน Entertainment เลยทีเดียว โดยปัจจุบันมีสตูดิโออยู่ทั่วโลก เรียกว่า Universal Studios Theme Parks ได้แก่ Universal Studios Hollywood Japan,Singapore ,Studios Dubai,Orlando Resort ,South Korea ,Studios Mediterranean
หนังดังของค่ายนี้ก็มากมายเช่นกันค่ะ ได้แก่ Dracula (ต้นฉบับเลยทีเดียว),The Mummy,Jaws,The Scorpion King,E.T. (ฉบับ Recover ของ20th Century.),The Bourne Identity,Jurassic Park,Van Helsing,American Pie ,The Fast and the Furious,Gladiator,Doom(ล่าตายมนุษย์กลายพันธุ์),King Kong,The Fast and the Furious: Tokyo Drift,Wanted,Hell boy2,The Hulk (ร่วมกับ Marvel)


9."Walt Disney Pictures" (วอท์ลดิสนีย์ พิคเจอร์ส)



ค่ายนี้ก่อตั้งในปี 1983 โดยอยู่ภายในเครือ Walt Disney company [ผู้เริ่มก่อตั้งคือ วอลเตอร์ อีเลียส ดิสนีย์ (Walter Elias Disney) ] และแม้ว่าได้ยินชื่อค่ายนี้เราจะนึกถึงแต่การ์ตูน(มิกกี้เมาส์ เป็นต้น) แต่จริงๆแล้วเค้าก็มีหนังที่คนเล่นเหมือนกัน นึกออกรึป่าว? ก็อย่างเช่นPirates of the Caribbean ทั้งสามภาค,High School Musical (มือถือไมค์หัวใจปิ๊งรัก),Around the World in 80 Days (80 วันโจรกรรมข้ามโลก เฉินหลงแสดงไงคะ),Snow Dogs,Narnia,National Treasure,Race to Witch Mountain



10. Miramax


Miramax ถือกำเนิดมาจากสองพี่น้อง Bob and Harvey Weinstein ในปี 1979 ซึ่งชื่อของบริษัทก็มาจากชื่อพ่อและแม่ของพวกเขามารวมกัน (พ่อ Max กับ แม่ Mira)
ช่วงแรกๆ Miramax ประสบความสำเร็จจากการสร้างและจำหน่ายหนังที่สตูดิโอใหญ่ๆเมิน หรือหนังอินดี้ เช่น The Crying Game, The Piano, Reservoir Dogs, Trainspotting, Pulp Fiction, Shakespeare In Love, The English Patient, Sliding Doors, Velvet Goldmine ซึ่งหนังเหล่านี้ประสบความสำเร็จมากจากมุมของนักวิจารณ์และรางวัลต่างๆ ต่อมาก็ได้สร้างหนังที่ทุนสูงขึ้น และได้กำไรมาก เช่น Chicago
ในปี 1993 บริษัท The Walt Disney Company ก็มาซื้อไปแต่ยังให้พี่น้อง Weinstein บริหารต่อ จนกระทั่งปี 2005 สองพี่น้องก็ออกจากบริษัทไปตั้งค่ายใหม่ของตัวเองชื่อ The Weinstein Company
ในปี 2010  Disney ก็ขาย Miramax ให้ Filmyard Holdings



11. พิกซาร์แอนิเมชันสตูดิโอส์ (อังกฤษ: Pixar Animation Studios)





พิกซาร์แอนิเมชันสตูดิโอส์ (อังกฤษ: Pixar Animation Studios) หรือ พิกซาร์ เป็นสตูดิโอสร้างคอมพิวเตอร์แอนิเมชันสัญชาติอเมริกัน ตั้งอยู่ที่เมืองเอเมอรีวิลล์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทเดอะวอลต์ดิสนีย์
       พิกซาร์มีชื่อเสียงจากการสร้างภาพยนตร์แอนิเมชันแบบ 3 มิติ และเทคโนโลยีการสร้างภาพคอมพิวเตอร์ 3 มิติระดับสูง โดยมีซอฟต์แวร์ในการเรนเดอร์ที่มีชื่อเสียงคือ RenderMan
       บริษัทเดอะวอลต์ดิสนีย์ได้เข้าซื้อกิจการของพิกซาร์เมื่อวันที่ 24 มกราคม ค.ศ. 2006 ด้วยวิธีแลกหุ้น การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีมูลค่า 7.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ และเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ในปีเดียวกัน
      หนังเด่น ๆ ก็ประมาณToy Story ทอย สตอรี่(ทั้ง 3 ภาค)Monsters, Inc.บริษัท รับจ้างหลอน (ไม่) จำกัด,Finding Nemo นีโม...ปลาเล็ก หัวใจโต๊...โต,The Incredibles รวมเหล่ายอดคนพิทักษ์โลก,Cars 4 ล้อซิ่ง...ซ่าท้าโลก,WALL-E วอลล์ - อี หุ่นจิ๋วหัวใจเกินร้อย,Upปู่ซ่าบ้าพลัง